Loading Events

« All Events

  • This event has passed.

WTF Gallery # Wonderful Thai Friendship

May 29, 2015 @ 6:00 pmJune 24, 2015 @ 9:00 pm ICT


Wonderful Thai Friendship II WTF Gallery 29 May – 28 June 2015

Opening Reception on Friday 29 May 2015, 1800h

Curator Statement (ภาษาไทยด้านล่าง)

Over the past 5 years, WTF Cafe & Gallery has operated on the core belief that art and artists matter profoundly to our society, and can meaningfully contribute to shaping civic dialogue and creating a better society. We support artists in their efforts to move the needle of social justice and to reveal new ways of looking at and understanding our world. As a result, our commissions range from the wondrous and uplifting to the unnerving and provocative.

In the last couple years, we’ve witnessed drastic changes in our country. The last coup has created more conflicts rather than solving them, and created confusion both even within and among groups who may have felt they had a stake in bringing this change about, because once the ‘good people’ were in charge, the violence and political shambles would magically come to an end.

At the height of the protests that preceded the coup back in 2014, WTF gallery curated the exhibition ‘Conflicted Visions”, aiming to create dialogue among the polarised artists and intellectuals who felt the urge to expressed their feelings through art – be it by criticising official policy, using art as a propaganda, or reflecting their confusion, anger, pride and doubt. While “Conflicted Visions” could hardly hope to single handedly unblock the dialogue channels between different ideologies, it did raise the question whether we can ever actually have disagreements over fundamental beliefs and ideologies without becoming overwrought. “Conflicted Visions is about reaching beyond prejudices” (Bangkok Post, 9/04/14).

A couple of months later, the military once again seized power openly and formed an authoritarian government who’s chief purpose is to reduce the country once again to a single vision. By doing that it has reduced the concept of human rights and freedom of speech to almost nothing, and this attitude has spilt over even into areas that have nothing to do with political conflict such as simple natural justice or compassion.

In view of the arbitrary detentions and intimidation that followed, the media, academic and art worlds have been virtually silenced with only a few brave non-visual artists or academics fighting relentlessly with the authorities.

Because many artists are silent, WTF tried to think of new ways of prodding the community out of its current stagnation and ennui – and turned to people who are not by profession artists at all for fresh eyes and a fresh perspective. This is not simply because we are giving up or abandoning the artists who have been shackled by authoritarianism, but because we would like to explore the boundaries of art – whether it can express an outright rejection of conventionally defined criteria as a means of defining what art is, and isn’t, and if it is still art if it is done by non-artists who understand themselves as such.

We invited 13 non-artists to create their art under the theme of “Wonderful Thai Friendship II”. This was the theme that inaugurated WTF gallery with 13 traditional artists when we first opened our doors to Bangkok in April 2010.

The participants this time are:
• Brian Curtin, art critic & curator
• Gene Kasidit, singer-songwriter
• Yuki Kunchon, vintage shop owner
• Gregoire Glachant, magazine editor
• Gabriel Camelin, visual communication lecturer
• Shallow News In Depth, political satire show
• Patrick Winn, journalist
• Romain Dupuy, art director/bar owner
• Sanya Souvanna Phouma, club owner/restaurateur
• Nikan Bow Wasinondh, curator
• Ka-ge Mulvilai, performer/producer
• Kong Rithdee, journalist/critic
• Christopher Wise, photographer/bar owner

The participators are allowed to interpret the theme in any way they want, or ignore it completely.

The exhibition comprises seven art installations, two photography sets, two video installations and two paintings. The ultimate goal of this exhibition is at all not about the quality or the content of the works, but it focuses on the process of the making as well as perspective and attitude of the creators as well as the viewers. The results have been surprising, ranging from serious social commentary to satirical and lighthearted approaches.

Some of the works reflect or address social issues that are often overlooked. These include the daredevil behavior of bus and taxi drivers in Bangkok, the acceptance and awareness of sexuality, inequality and nepotism arising from the latest political changes, or the passing hysterias created by the 24-hour news cycle. Other participants take a different perspective to art, commenting on the demimonde or the fashion identity of Bangkokians, the endless recycling of the fads of yesteryear, and the so called role of patronage in the arts. Yet another group focus their creations, perhaps more traditionally than many traditional artists, on generating positive energy or finding beauty in the quotidian – accepting, in other words, that the country has changed so it can stay essentially the same.

Somrak Sila
20 May 2015

Visitor information

WTF Café & Gallery
7 Sukhumvit Soi 51, Wattana, Klongton-Nua, Bangkok 10110
BTS: Thonglor Opening times: Tuesday – Sunday, 4-10pm
Free Admission

For further information please contact:
Somrak Sila
Tel: (66) 2 662 6246, (66) 89 926 5474
Email: somrak@wtfbangkok.com


นิทรรศการศิลปะ Wonderful Thai Friendship ภาค 2
WTF เเกลลอรี่
29 พฤษภาคม – 28 มิถุนายน 2558
งานเปิดนิทรรศการวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2558 เวลา 18.00น.

ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา WTF คาเฟ่เเละเเกลลอรี่ได้ดำเนินการบนความเชื่อหลักที่ว่าศิลปะเเละศิลปินคือปัจจัยหลักสำคัญที่มีผลกระทบต่อสังคมรอบตัวเราได้อย่างจริงจัง เเละสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างบทสนทนา เรื่องบทบาทหน้าที่พลเมืองที่ดี ช่วยผลักดันสังคมให้ดีขึ้นได้อย่างแท้จริง ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราสนับสนุนศิลปินที่มีความพยายาม ที่จะเป็นหัวเข็มในการขับเคลื่อนหลักของความยุติธรรมในสังคม ช่วยปูหรือกระตุ้นเเนวทางเเละมุมมองใหม่ๆ เพื่อทำให้เราเข้าใจโลกได้ดียิ่งขึ้น ผลงานที่เรา ร่วมสร้างกับศิลปินจึงมีตั้งเเต่งานที่เป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์ สนุกสนาน ดูเเล้วรู้สึกดี ไปจนถึงงานศิลปะที่มีความกล้าเเสดงออกทางความคิดอย่างรุนเเรงเเละ น่าหวาดเสียว รวมทั้งงานที่ยั่วยุทางความคิด

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็นการเปลี่ยนเเปลงอันยิ่งใหญ่ในประเทศของเรา การก่อรัฐประหารครั้งล่าสุดดูเหมือนจะก่อให้เกิดความขัดเเย้งมากกว่าการเเก้ปัญหา เกิดความสับสนทั้งภายในเเละระหว่างกลุ่ม ที่อาจดูเหมือนว่าเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ของประเทศเราในครั้งนี้ ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าเราได้ “คนดี”เข้ามาจัดการปัญหาทั้งหมดทั้งมวล ความขัดเเย้ง ความรุนเเรงเเละความยุ่งเหยิงทางการเมืองก็จะหายไปได้ในพริบตา

ในช่วงปี 2014 ระหว่างการประท้วงที่กำลังเข้มข้น ซึ่งท้ายสุดได้นำไปสู่การทำรัฐประหารของรัฐบาลคณะปัจจุบัน WTF เเกลลอรี่ ได้ตัดสินใจจัดงาน นิทรรศการการเมืองที่ใช้ชื่อว่า “Conflicted Vision” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดลองสร้างบทสนทนาระหว่างศิลปินเเละนักคิด ที่มีอุดมคติทางการเมืองเเละสังคมที่ต่างขั้วกันอย่างอย่างสิ้นเชิง ทั้งสองฝ่ายต่างมีความต้องการเเสดงออกถึงความรู้สึกเเละความเห็นของตนเองผ่านผลงานศิลปะ ด้วยจุดประสงค์ที่เเตกต่างกัน อาทิเช่น เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง, เพื่อการเเสดงความไม่เห็นด้วย, ไม่พอใจ หรือการหาพื้นที่ในสังคมที่เหมาะสมกับตนเอง ไปจนถึงสาเหตุที่มากไปกว่าเรื่อง การเมือง การจัดนิทรรศการ Conflicted Visions ไม่ได้มีความคาดหวังมากถึงขนาดที่จะเปิดเวทีหรือช่องทางสำหรับบทสนทนาที่เเท้จริงเเละยั้งยืนระหว่าง กลุ่มคนที่มีอุดมคติอันรุนเเรงเเละเเตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในช่วงนั้น เเต่มันได้ทำหน้าที่ตั้งคำถามว่าศิลปินเเละประชาชนของประเทศนี้จะสามารถอยู่ร่วมกัน ได้อย่างสันติหรือไม่ หากเเต่ละคนมีความเห็นที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงในเรื่องพื้นฐานหลักของความเชื่อ เเละอุดมคติทางการเมืองเเละสังคม เราเช่ือว่านิทรรศการ Conflicted Visions ได้เเสดงให้เห็นถึงความพยายามของการข้ามร้่วเส้นเเบ่งอคติของสังคม (Bangkok Post, 9/04/14)

ภายหลังงานนิทรรศการ Conflicted Visions เพียงไม่กี่เดือน รัฐบาลทหารได้ยึดอำนาจประเทศอีกครั้งอย่างเปิดเผยมากกว่าครั้งก่อน เเละตั้งตนเองเป็นรัฐบาลปกครองประเทศ โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อลดระดับความคิดของคนทั้งประเทศให้มีความคิดเดียวกันไปในทางเดียวกัน (ปรองดอง) มาตราการหลักเพื่อการบรรลุวัตถุประสงค์ในครั้งนี้ คือการลดอำนาจสิทธิมนุษยชน เเละความเป็นอิสระในการเเสดงออกทางความคิดทั้งหมด ทัศนคติเเละวิธีคิดของรัฐบาลทหารในรูปเเบบนี้ มีผลกระทบครอบคลุมไปทั่วถึงทุกฝ่าย รวมทั้งวงการที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดเเย้งทางการเมืองเลยเเม้เเต่น้อย เป็นเพียงองค์กรที่มีภาระหน้าที่ในการเป็นกลางทางความยุติธรรม หรือองค์กรมีอุดมการณ์ที่สร้างอยู่บนความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

จากภาพที่เราเห็นของการปกครองที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ซึ่งสามารถกักกันเเละขมขู่ใครก็ตามที่มีทัศนคติที่ไม่ตรงกับนโยบายของการปกครองแบบเผด็จการ ซึ่งเกิดขึ้นครั้งเเล้วครั้งเล่า กลุ่มนักข่าว, นักวิชาการ หรือศิลปินส่วนมากได้เริ่มงดออกเสียงเเสดงความคิดเห็นลงอย่างชัดเจน มีเพียงศิลปินหรีอนักวิชาการบางกลุ่มที่มีความกล้ามากพอที่จะยืนหยัดต่อสู้กับอำนาจเบื้องบนเเละถูกขู่หรือจับกุมมาโดยตลอด

เนื่องจากความเงียบเเละบรรยากาศที่ไม่ชวนให้ศิลปินออกเสียงวิพากษ์วิจารณ์สังคมผ่านสื่อศิลปะ WTF จึงได้พยายามคิดหาหนทางใหม่ ที่เป็นเเรงกระตุ้นต่อสังคม ในเเวดวงศิลปะเเละนักคิด ให้สามารถข้ามผ่านความเงียบเหงาซบเซาเเละความน่าเบื่อหน่ายของสังคมที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ไปให้ได้ เราได้เลือกที่จะหันหน้าสู่กลุ่มคนที่ไม่ได้มีอาชีพหรือเป็นที่รู้จักในนามศิลปิน เพื่อลองหามุมมองใหม่ๆ โดยทั้งหมดนี้เราไม่ได้ทำขึ้นเพราะเรายกธงขาว ยอมเเพ้ หันหลัง หรือละทิ้งความศรัทธาที่เรามีต่อวงการศิลปะเเละศิลปินในบ้านเรา เเต่เป็นเพียงเพราะเราต้องการสำรวจ เเละตรวจสอบกรอบ คำนิยามเเละบทบาทที่เเท้จริงของคำว่าศิลปะ ว่ามันจะถูกยอมรับหรือถูกปฎิเสธ หากกฎเกณฑ์เเละคำนิยาม ความหมายเเละบทบาทหน้าของศิลปะได้ถูกเเหกคอกออกไปอย่างสิ้นเชิง อะไรที่แปลว่าศิลปะ? เเละอะไรที่ไม่ใช้ศิลปะ? เเละมันยังจะถูกเรียกว่าเป็นศิลปะอยู่หรือไม่ถ้ามันถูกสร้างขึ้นด้วยคนที่ไม่ได้ถือตัวเองว่าเป็นศิลปิน หรือกลุ่มคนที่ไม่ได้ยอมรับจากวงการศิลปะว่าเป็นศิลปิน?

เราได้เชิญบุคคลที่ไม่ได้เป็นศิลปิน 13 ท่านเข้าร่วมสร้างสรรค์งานศิลปะภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ชื่อว่า Wonderful Thai Friendship 2 ซึ่งคอนเซ๊ปต์นี้เป็นคอนเซ๊ปต์ ที่เราเคยใช้ในงานเปิดตัว WTF เเกลลอรี่ครั้งเเรกเเละเป็นนิทรรศการที่มี 13 ศิลปินเข้าร่วมเมื่อปี 5 ปีที่เเล้ว

ผู้เข้าร่วมทั้งหมดสามารถตีความหมายคอนเซ๊ปต์ของนิทรรศการนี้ได้ตามต้องการ หรืออาจไม่สนใจคอนเซ๊ปต์นี้เลยก็ได้


• ไบรอัน เคอรติน, ภัณฑรักษ์เเละนักเขียน
• จีน กษิดิษ, นักร้องเเละนักเเต่งเพลง
• ยูกิ คุณชล, เจ้าของร้านวินเทจ
• เกรกกวาร์ กลาฉานท์, บรรณาธิการนิตยสาร
• เกเบรล เคมาลิน, อาจารย์
• เจาะข่าวตื้น, รายการทอล์คโชว์ประเด็นข่าวเเละสังคม
• เเพทริค วินน์, นักข่าว
• โคมัง ดูปุย, ผู้กำกับศิลป์เเละเจ้าของบาร์
• สัญญา สุวรรณาภูมิ, เจ้าของบาร์เเละร้านอาหาร
• โบว์ นิกันติ์ วะสีนนท์, ภัณฑรักษ์
• คาเงะ ธีระวัฒน์ มุลวิไล, ผู้สร้าง นักเขียนบทเเละนักเเสดงละครเวที
• ก้อง ฤทธิ์ดี, นักข่าว
• คริสโตเฟอร์ ไวส์, ช่างถ่ายภาพ

นิทรรศการครั้งนี้ประกอบไปด้วยงานศิลปะจัดวาง 7 ชิ้น, งานภาพถ่าย 2 ชิ้น, งานวิดีโอจัดวาง 2 งานเเละภาพวาด 2 ชิ้น จุดประสงค์ของการจัดนิทรรศการครั้งนี้ ไม่ได้ให้ความสำคัญไปที่คุณภาพหรือความหมายของงาน เเต่เป็นการมุ่งประเด็นไปที่กระบวนการการทำงาน, มุมมองเเละทัศนคติของผู้สร้างเเละผู้ชมงานในครั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ออกมามีความสนใจเเละน่าเเปลกใจอย่างยิ่ง เนื่องจากเนื้อหาเเละการตีความหมายของผู้สร้างงานศิลปะได้ครอบคลุมความหมายอย่างกว้างขว้าง ไม่ว่าจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์สังคม ไปจนถึงการประชดเสียดสี เเละการใช้วิธีคิดสร้างงานศิลปะเเบบดั้งเดิมที่เเสดงออกถึงความรื่นรมณ์สุนทรีย์ในการทำงานศิลปะ

ผลงานในนิทรรศการครั้งนี้ หลายชิ้นต้องการสะท้อนเเละตั้งคำถามประเด็นสังคมที่มักถูกมองข้าม อาทิเช่น พฤติกรรมคนขับรถเมล์หรือเเท๊กซี่ในกรุงเทพฯที่บ้าระห่ำ, การยอมรับหรือการสร้างความตระหนักถึงประเด็นเรื่องเพศ, ความไม่เท่าเทียมกันในโอกาส อันเนื่องมาจากการถือพวกพ้อง ที่เกิดขึ้นมาจากการเปลี่ยนเเปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นล่าสุด หรือการพูดถึงประเด็นข่าวที่อาจมีความเป็นจริงหรือเกินความเป็นจริงบนหน้าหนังสือพิมพ์ ที่มีอายุสั้นเเค่เพียง 24 ชั่วโมง ในอีกเเง่นึง ผู้ร่วมเเสดงงานในนิทรรศการครั้งนี้อีกหลายท่าน ได้เลือกใช้วิธีการสร้างงานจากมุมมองที่เเตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นการเเสดงข้อคิดเห็นในเรื่องชนชั้นวรรณะ ที่มาจากเครื่องเเต่งกายของหญิงสาวยุโรปในอดีต ซึ่งยังคงมีอิทธิพลต่อเอกลักษณ์ทางเเฟขั่นของคนกรุงเทพฯจนถึงทุกวันนี้ หรือการหมุนเวียนอย่างไม่มีทีสิ้นสุดของเทรนด์แฟชั่นจากปีก่อนๆ เเละการเเสดงออกให้เห็นถึงภาพถ่ายในมุมมองที่สะท้อนบทบาทของกลุ่มคนชั้นสูงที่มีทรัพย์มากพอที่จะเป็นผู้อุปถัมภ์ศิลปะได้ ส่วนกลุ่มสุดท้ายของผู้ที่ร่วมงานนิทรรศการครั้งนี้มุ่งความสนใจใปที่การสร้างงานที่ดูเหมือนจะมีความ “ดั้งเดิม” กว่าศิลปินโดยทั่วไปเสียอีก โดยพวกเขาเลือกที่จะประดิษฐ์งานจากมุมมองพลังสร้างสรรค์ในทางบวก หรือการมองหาความสวยงามในสิ่งที่เห็นอยู่รอบตัวประจำทุกวัน เป็นการยอมรับการเปลี่ยนเเปลง หรืออีกแง่อาจกล่าวได้ว่า ถึงเเม้ประเทศเราจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เเต่มันก็ยังมีพื้นฐานที่เหมือนเดิมเเละไม่เคยเปลี่ยนเเปลงเลย

สมรัก ศิลา
20 พฤษภาคม 2015

นิทรรศการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการโดย Bacardi

WTF Gallery & Cafe
7 สุขุมวิทซอข 51, คลองตันเหนือ, วัฒนา, กรุงเทพฯ 10110
โทร/เเฟกซ์ 02 662 6246
สถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ
เปิดให้เข้าชม ทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 16.00-22.00น.

สมรัก ศิลา
โทร (66) 2 662 6246, (66) 89 926 5474
Email: somrak@wtfbangkok.com


May 29, 2015 @ 6:00 pm ICT
June 24, 2015 @ 9:00 pm ICT
Event Category:


WTF Bar & Gallery
7 Sumkhumvit Soi 51
Bangkok, Bangkok Thailand

Leave a Comment